เนื่องจากการใช้งานหลักของลูกกลิ้งคือ การดึงหรือการควบคุมการเคลื่อนที่ ดังนั้นค่าความแข็งจึงเป็นตัวกำหนดแรงฉุดของลูกกลิ้ง
มีความเกี่ยวข้องกับค่าความเสียดทาน กล่าวคือ เมื่อลูกกลิ้งยางมีความแข็งมากขึ้น แรงฉุดของลูกกลิ้งก็จะลดลง ลักษณะคล้ายล้อรถแข่งที่ต้องการให้เกิดความเร็วสูงสุด ลูกกลิ้งยางแบบแข็งจะมีความลื่น อาจต้องใช้แรงกดมากขึ้นเพื่อให้ยึดกับวัสดุที่ต้องการได้ดี ในทางตรงกันข้าม ลูกกลิ้งยางที่มีความแข็งต่ำจะทำให้มีแรงฉุดมากกว่า ทำให้ยางยึดกับพื้นผิวของวัสดุได้ดี
การเลือกค่าความแข็งและแรงกดที่ใช้จึงมีความสัมพันธ์กันและจะต้องหาค่าที่เหมาะสมกับการใช้งานนั้นๆ
ตัวอย่างสถานการณ์ในการเลือกความแข็งของลูกกลิ้งยาง
– การใช้งานเพื่อการลำเลียง: ค่าความแข็งไม่ควรสูงเกินไปเพราะจะทำให้ลื่น ลูกกลิ้งไม่สามารถยึดเกาะกับวัสดุที่ลำเลียงได้ดี อาจต้องใช้แรงช่วยดึงและทำให้เกิดความเสียหายต่อวัสดุได้
– การใช้งานในอุตสาหกรรมการเคลือบ: ความแข็งของลูกกลิ้งควรมีความสม่ำเสมอเพื่อให้แรงที่ใช้ในการกดเพื่อเคลือบนั้นสม่ำเสมอ
– การใช้งานในอุตสาหกรรมการพิมพ์: การพิมพ์กราฟฟิคและ การพิมพ์หนังสือพิมพ์มักใช้ลูกกลิ้งยางที่ค่อนข้างแข็ง แต่ความแข็งที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการพิมพ์หมึกลงบนพื้นผิวได้ไม่ดีเท่าที่ควร และส่งผลต่อคุณภาพของสิ่งพิมพ์
– การพิมพ์แบบ Flexographic: เป็นกระบวนการที่ต่างจากพิมพ์ปกติ โดยมีการใช้ลูกกลิ้งเพื่อการปัดหมึกออก จะต้องใช้ลูกกลิ้งที่มีความแข็งกว่า เช่น ความแข็ง 75 แทน 65 เพื่อให้ปัดหมึกออกได้ดีขึ้น การใช้ลูกกลิ้งที่ไม่แข็งพอ อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการแห้งช้า การสิ้นเปลืองหมึก และรอยเปื้อนได้
หากคุณต้องการปรึกษา-หล่อลูกกลิ้งยาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แบรนด์ HyperRoller
ติดต่อขอราคาด่วน : LINE ID @PTIRUBBER.
Tel: 022577154. MB : 0863077319
Email: info@ptigroups.com
HyperRoller by Polytech Industry Company Limited

ใส่ความเห็น